เมื่อไหร่ควรใช้เครื่อง AED
ใช้เครื่อง AED เมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้:
- หมดสติ — ไม่ตอบสนองเมื่อเรียกหรือเขย่าไหล่
- ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก (gasping) ผิดปกติ
- ไม่มีชีพจร — ถ้าไม่แน่ใจว่ามีชีพจรหรือไม่ ให้เริ่ม CPR และใช้ AED ทันที
เครื่อง AED จะวิเคราะห์จังหวะหัวใจเอง และจะช็อกเฉพาะเมื่อตรวจพบ Ventricular Fibrillation (VF) หรือ Ventricular Tachycardia (VT) ที่ไม่มีชีพจร ถ้าหัวใจเต้นปกติ เครื่องจะไม่ปล่อยกระแสไฟฟ้า จึงไม่ต้องกลัวว่าจะช็อกผิด
จำไว้: ทุกๆ นาทีที่ผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ AED อัตราการรอดชีวิตลดลง 7-10% (AHA, 2020) ดังนั้น ยิ่งใช้เร็ว ยิ่งดี อย่ารอรถพยาบาล
ตามแนวทางของ International Liaison Committee on Resuscitation (ILCOR, 2020): "การช็อกหัวใจภายใน 3-5 นาทีแรกหลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ถึง 50-70%" การมี AED ในจุดที่เข้าถึงง่ายจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดระหว่างชีวิตกับการเสียชีวิต
วิธีใช้เครื่อง AED 4 ขั้นตอน
- เปิดเครื่อง AED — กดปุ่มเปิดเครื่อง (บางรุ่นเปิดอัตโนมัติเมื่อเปิดฝา) เครื่องจะเริ่มพูดแนะนำเป็นภาษาไทยทันที ฟังเสียงแนะนำและทำตาม
- แปะแผ่นอิเล็กโทรดบนหน้าอกผู้ป่วย — เปิดเสื้อผู้ป่วย เช็ดหน้าอกให้แห้ง ลอกแผ่นอิเล็กโทรดออกจากซอง แปะตามรูปบนแผ่น: แผ่นที่ 1 ใต้กระดูกไหปลาร้าขวา แผ่นที่ 2 ด้านข้างซ้ายใต้รักแร้ กดแผ่นให้แนบสนิทกับผิวหนัง
- ปล่อยให้เครื่องวิเคราะห์ — เครื่อง AED จะประกาศ "กำลังวิเคราะห์จังหวะหัวใจ อย่าสัมผัสผู้ป่วย" ห้ามสัมผัสผู้ป่วยขณะเครื่องวิเคราะห์ ใช้เวลาประมาณ 5-15 วินาที
- กดปุ่มช็อก (ถ้าเครื่องแนะนำ) — ถ้าเครื่องตรวจพบจังหวะที่ต้องช็อก จะประกาศ "แนะนำให้ช็อก กดปุ่มช็อก" ตรวจสอบว่าไม่มีใครสัมผัสผู้ป่วย แล้วกดปุ่มช็อก (ปุ่มสีส้มหรือแดงกะพริบ) สำหรับรุ่นอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เครื่องจะช็อกเอง ไม่ต้องกดปุ่ม
หลังช็อก เครื่องจะแนะนำให้ทำ CPR ต่อ 2 นาที แล้ววิเคราะห์อีกครั้ง ทำตามคำแนะนำของเครื่องจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง
ตำแหน่งแปะแผ่นอิเล็กโทรดที่ถูกต้อง
ตำแหน่งแปะแผ่นอิเล็กโทรดมีความสำคัญมาก ถ้าแปะผิดตำแหน่ง กระแสไฟฟ้าอาจไม่ผ่านหัวใจอย่างมีประสิทธิภาพ
ตำแหน่งมาตรฐาน (Anterior-Lateral):
- แผ่นที่ 1 (ขวาบน): ใต้กระดูกไหปลาร้าข้างขวา ด้านขวาของกระดูกอก
- แผ่นที่ 2 (ซ้ายล่าง): ด้านข้างซ้ายของทรวงอก ใต้รักแร้ ระดับราวนม
เตรียมหน้าอกก่อนแปะ:
1. ถอดเสื้อผ้า — ใช้กรรไกรตัดถ้าจำเป็น (อยู่ในชุดอุปกรณ์ AED)
2. เช็ดหน้าอกให้แห้ง — ถ้าเปียกเหงื่อหรือน้ำ ใช้ผ้าเช็ดให้แห้งก่อน
3. โกนขนหน้าอก — ถ้ามีขนหน้าอกหนามาก ใช้มีดโกนในชุดอุปกรณ์ ขนทำให้แผ่นไม่แนบสนิท
4. ถอดแผ่นยาแปะ — ถ้ามีแผ่นยาแปะ (nicotine patch, pain patch) ให้ลอกออกและเช็ดตำแหน่งนั้น
ข้อควรระวัง:
- อย่าแปะแผ่นทับกัน
- อย่าแปะบนเครื่องกระตุ้นหัวใจแบบฝัง (ก้อนนูนใต้ผิวหนัง) — เลื่อนแผ่นห่างออกอย่างน้อย 2.5 ซม.
- แผ่นอิเล็กโทรดใช้ได้ครั้งเดียว ห้ามใช้ซ้ำ
กรณีพิเศษ — เด็ก ที่เปียก ผู้ป่วยตั้งครรภ์
เด็กอายุ 1-8 ปี:
- ใช้แผ่นอิเล็กโทรดสำหรับเด็ก (Pediatric Pads) ถ้ามี — ลดพลังงานช็อกลงให้เหมาะสม
- ถ้าไม่มีแผ่นเด็ก ใช้แผ่นผู้ใหญ่ได้ แปะแบบ Anterior-Posterior: แผ่นที่ 1 ที่หน้าอก แผ่นที่ 2 ที่หลัง
- สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี โทร 1669 และปรึกษาแพทย์ก่อน
พื้นเปียกหรือน้ำ:
- ลากผู้ป่วยออกจากน้ำก่อน (ไม่ต้องห่างมาก แค่ให้ร่างกายไม่แช่อยู่ในน้ำ)
- เช็ดหน้าอกให้แห้ง
- เครื่อง AED ที่มี IP65 เช่น Amoul i-Series ทนต่อน้ำฉีดได้ แต่ผู้ป่วยต้องแห้ง
- ถ้าฝนตก ให้บังเครื่อง AED แต่อย่ารอ — ใช้ทันที
ผู้ป่วยตั้งครรภ์:
- ใช้ AED ได้ตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งแปะ
- การช่วยชีวิตแม่คือการช่วยชีวิตลูกด้วย
ผู้ป่วยที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจฝัง (ICD/Pacemaker):
- สังเกตก้อนนูนใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกบน (มักอยู่ข้างซ้าย)
- แปะแผ่นอิเล็กโทรดห่างจากก้อนนูนอย่างน้อย 2.5 ซม.
- ใช้ AED ได้ตามปกติ
ผู้ป่วยที่มีขนหน้าอกหนามาก:
- แปะแผ่นกดแน่น ถ้าเครื่องแจ้ง "ตรวจสอบแผ่นอิเล็กโทรด" ให้ลอกแผ่นออกแรงๆ (จะช่วยดึงขนออก) แล้วแปะแผ่นใหม่ชุดที่ 2
- ถ้ามีมีดโกนในชุดอุปกรณ์ ใช้โกนบริเวณที่จะแปะ
CPR ร่วมกับ AED — ทำอย่างไร
AED และ CPR ทำงานร่วมกัน CPR (การกดหน้าอก) สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะชั่วคราว ส่วน AED แก้ไขจังหวะหัวใจที่ผิดปกติ ทั้งสองอย่างจำเป็น — CPR อย่างเดียวไม่พอ AED อย่างเดียวก็ไม่พอ
ลำดับการช่วยเหลือตาม Chain of Survival (AHA, 2020):
- รู้ทัน — สังเกตว่าผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ
- โทร 1669 — แจ้งเหตุฉุกเฉิน บอกตำแหน่ง
- เริ่ม CPR — กดหน้าอก 100-120 ครั้งต่อนาที ลึก 5-6 ซม. ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่
- ใช้ AED — เมื่อมีคนนำ AED มา เปิดเครื่องและทำตามเสียงแนะนำ
- ส่งต่อทีมแพทย์ — ทำ CPR และใช้ AED ต่อจนทีมแพทย์มารับช่วง
เทคนิค CPR ที่ถูกต้อง:
- กดตรงกลางหน้าอก บนกระดูกอก
- ใช้ส้นมือทั้ง 2 ข้างซ้อนกัน แขนเหยียดตรง
- กดลึก 5-6 ซม. ด้วยอัตรา 100-120 ครั้ง/นาที
- ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่ระหว่างการกด
- ถ้าไม่อยากเป่าปาก ให้ทำ CPR แบบกดหน้าอกอย่างเดียว (Hands-Only CPR) ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร
เมื่อ AED มาถึงขณะทำ CPR:
- ไม่ต้องหยุด CPR จนกว่า AED จะพร้อมวิเคราะห์
- เปิดเครื่อง AED แปะแผ่น แล้วหยุด CPR เฉพาะตอนเครื่องประกาศ "กำลังวิเคราะห์"
- หลังช็อก (หรือหลังเครื่องบอก "ไม่แนะนำให้ช็อก") ทำ CPR ต่อทันที 2 นาที
AED กึ่งอัตโนมัติ vs อัตโนมัติ — ใช้ต่างกันอย่างไร
เครื่อง AED มี 2 แบบ วิธีใช้ต่างกันเล็กน้อยในขั้นตอนที่ 4:
AED กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic):
- เครื่องวิเคราะห์จังหวะหัวใจเอง
- เมื่อต้องช็อก เครื่องจะประกาศ "แนะนำให้ช็อก กดปุ่มช็อก"
- ผู้ใช้ต้องกดปุ่มเอง — ข้อดีคือมีเวลาตรวจสอบว่าไม่มีใครสัมผัสผู้ป่วย
- รุ่น: Amoul i7, Amoul i9, Zoll AED Plus, Philips FRx, Philips HS1
AED อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Fully Automatic):
- เครื่องวิเคราะห์จังหวะหัวใจเอง
- เมื่อต้องช็อก เครื่องจะประกาศ "ห้ามสัมผัสผู้ป่วย กำลังจะช็อก"
- เครื่องช็อกเอง ไม่ต้องกดปุ่ม — ลดความลังเลของผู้ใช้
- รุ่น: Amoul i7 Plus, Amoul i9 Plus, Zoll AED 3 (บางรุ่น)
เลือกแบบไหน?
- ที่สาธารณะที่คนทั่วไปจะเป็นผู้ใช้ → อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (ไม่ต้องตัดสินใจกดปุ่ม)
- สถาบันการแพทย์หรือที่มีบุคลากรอบรมแล้ว → กึ่งอัตโนมัติ (ควบคุมจังหวะการช็อกได้)
ดูรายละเอียดเปรียบเทียบแต่ละรุ่นได้ที่ หน้าเปรียบเทียบเครื่อง AED 5 แบรนด์
หลังใช้ AED — ต้องทำอะไรต่อ
ขณะรอรถพยาบาล:
- ทำ CPR ต่อตามที่เครื่อง AED แนะนำ
- อย่าถอดแผ่นอิเล็กโทรดออกจากผู้ป่วย
- อย่าปิดเครื่อง AED
- เครื่องจะวิเคราะห์จังหวะหัวใจซ้ำทุก 2 นาที และอาจช็อกอีกครั้งถ้าจำเป็น
เมื่อทีมแพทย์มาถึง:
- แจ้งทีมแพทย์ว่าใช้ AED กี่ครั้ง ช็อกกี่ครั้ง ทำ CPR นานเท่าไร
- ส่งมอบผู้ป่วยให้ทีมแพทย์ พวกเขาจะรับช่วงต่อ
หลังเหตุการณ์:
- เปลี่ยนแผ่นอิเล็กโทรดชุดใหม่ทันที (แผ่นใช้แล้วใช้ซ้ำไม่ได้)
- เปลี่ยนแบตเตอรี่ถ้าระดับต่ำ
- ทำความสะอาดเครื่อง AED ตามคำแนะนำผู้ผลิต
- บันทึกเหตุการณ์: วันเวลา จำนวนช็อก ผู้ใช้
- เครื่อง AED บางรุ่น (เช่น Amoul i-Series) บันทึกข้อมูล ECG และเหตุการณ์ไว้ในเครื่อง สามารถส่งให้ทีมแพทย์ภายหลังได้
ดูรายละเอียดการดูแลรักษาเครื่อง AED หลังใช้งานได้ที่ แบบฟอร์มตรวจเช็คเครื่อง AED
คำถามที่พบบ่อย
เครื่อง AED ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ หรือหายใจเฮือกผิดปกติ เครื่อง AED จะวิเคราะห์จังหวะหัวใจเองและช็อกเฉพาะกรณีที่จำเป็น ยิ่งใช้เร็วยิ่งดี ทุกนาทีที่ผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ AED อัตราการรอดลดลง 7-10% (AHA, 2020)
ใช้เครื่อง AED ผิดได้ไหม จะช็อกคนที่ไม่ควรช็อกไหม
ไม่ เครื่อง AED วิเคราะห์จังหวะหัวใจเอง และจะช็อกเฉพาะเมื่อตรวจพบ VF หรือ VT ที่ไม่มีชีพจร ถ้าหัวใจเต้นปกติ เครื่องจะไม่ปล่อยกระแสไฟฟ้า คุณไม่สามารถช็อกคนผิดได้ด้วย AED
วิธีใช้เครื่อง AED 4 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง
1) เปิดเครื่อง AED 2) แปะแผ่นอิเล็กโทรดบนหน้าอกผู้ป่วย 3) ปล่อยให้เครื่องวิเคราะห์จังหวะหัวใจ อย่าสัมผัสผู้ป่วย 4) กดปุ่มช็อกถ้าเครื่องแนะนำ (รุ่นอัตโนมัติเต็มรูปแบบจะช็อกเอง)
ใช้เครื่อง AED กับเด็กได้ไหม
ได้ สำหรับเด็กอายุ 1-8 ปี ใช้แผ่นอิเล็กโทรดสำหรับเด็ก (ถ้ามี) แปะแบบ Anterior-Posterior (หน้าอก-หลัง) ถ้าไม่มีแผ่นเด็ก ใช้แผ่นผู้ใหญ่ได้ สำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี โทร 1669 ปรึกษาก่อน
ต้องอบรมก่อนถึงจะใช้เครื่อง AED ได้ไหม
ไม่จำเป็น เครื่อง AED ออกแบบมาให้ใช้ได้ทันทีโดยมีเสียงแนะนำทุกขั้นตอน แต่การอบรม CPR/AED จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเร็วในการตอบสนอง แนะนำให้อบรมถ้ามีโอกาส พ.ร.บ. การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 คุ้มครองผู้ช่วยเหลือที่กระทำโดยสุจริต
สนใจเครื่อง AED สำหรับองค์กรของคุณ?
Thunder Venture Group จัดจำหน่ายเครื่อง AED จาก Amoul พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร สอบถามราคาและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที